ทำไมต้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้

     ทำไมเหตุการณ์ไม่สงบ ถึงมักเกิดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ แล้วรัฐปัตตานีมีที่มาอย่างไร เรามาทำความรู้จักกันครับ


ขอบคุณคลิปต้นฉบับจากรายการเจาะข่าวตื้นด้วยครับ

หมอชิต

     หากจะเดินทางไปภาคเหนือ ภาคอีสาน ต้องขึ้นรถโดยสารที่ "สถานีขนส่งหมอชิต" ซึ่งย้ายมาจากสถานีขนส่งหมอชิตเดิม ที่บริเวณสวนจตุจักร ทำไมจึงเรียก สถานีขนส่งอีสาน-เหนือ ว่า.. "หมอชิต"

     หมอชิต หรือนายชิต นภาศัพท์ เป็นคนบางพระ จังหวัดชลบุรี เป็นเจ้าของพื้นที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต ที่เดิมเคยเป็นตลาดนัดที่ชาวสวนเอาผลไม้ต่างๆ มาขาย จนเรียกกันว่า ตลาดนัดหมอชิตแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับซอยนภาศัพท์ บนถนนสุขุมวิท หอพักนภาศัพท์ ที่สร้างให้เป็นหอพักของนิสิตจุฬา และหาดวอนนภา ที่ชลบุรี อันมีที่มาจากชื่อภรรยาของท่าน คือ นางวอน นภาศัพท์ หมอชิตโด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วไป ในฐานะเป็นผู้ผลิตยานัตถุ์หมอชิต อันทำให้ได้นามนำหน้าว่า หมอ แต่นั้นมา


     ก่อนที่ นายชิต จะผลิตยานัตถุ์ได้เคยทำงานเป็นเสมียนที่ห้างเต็กเฮงหยู ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ห้างเพ็ญภาค เมื่อแต่งงานมีบุตรธิดาแล้วก็คิดขยับขยายหาความก้าวหน้ามาเปิดร้านขายยาของตัวเอง โดยเริ่มที่หน้าวัดมหรรณพาราม ใช้เครื่องหมายการค้าตรามังกร ต่อมาย้ายไปอยู่ที่เสาชิงช้า ก่อนจะมาเปิดร้านที่ปากคลองตลาด เป็นที่รู้จักของชาวบ้านในนาม ร้านขายยาตรามังกร ช่วงนี้เองที่ได้คิดปรุงยานัตถุ์เป็นผลสำเร็จ โดยอาศัยตำราโบราณของบรรพบุรุษ จนเป็นที่นิยมไปทั่ว ได้เปิดเอเยนต์ในต่างจังหวัดขึ้นหลายแห่ง จากร้านขายยาก็กลายเป็นห้างขายยาตรามังกร กิจการก้าวหน้าจนขยายมาตั้งโรงงานปรุงยาขึ้นที่บ้านถนนเพชรบุรี และปัจจุบันได้เปลี่ยนมาดำเนินในรูปบริษัทยานัตถุ์หมอชิตแทน

     สำหรับยานัตถุ์คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จัก แต่คนสมัยก่อนหากเห็นท่อเหล็กรูปตัวยู ที่คนสูงอายุสอดเข้าไปในรูจมูกด้านหนึ่ง ส่วนปลายท่ออีกด้านใช้ปากเป่า เป็นอันรู้ว่าท่านกำลังนัตถุ์ยา เพราะตัวยานั้นเป็นผงที่มีส่วนผสมหลายอย่าง เช่น ยาสูบ อบเชย เมนทอล สเปียร์มินต์ ฯลฯ การเป่าทำให้ตัวยาที่บรรจุลงในท่อเหล็กฟุ้งกระจายเข้าไปในโพรงจมูก ส่งผลให้ผู้สูบรู้สึกปลอดโปร่ง เคลิบเคลิ้มเหมือนได้สูบบุหรี่ หมอชิตเป็นผู้ขยันขันแข็ง มีความคิดทางการตลาดก้าวหน้า จากเสมียนก็กลายเป็นนายห้างจนเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย ทำสาธารณประโยชน์ให้กับที่ต่าง ๆ ไว้มาก ทั้งเป็นกรรมการสมาคมพ่อค้าไทย และเมื่อทางราชการพระราชทานตั้งยศพ่อค้าไทย หมอชิตได้รับแต่งตั้งเป็นชั้นเอกทางพานิชกรรม ท่านถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2496 เมื่อมีอายุได้ 58 ปี

"นางห้าม" ถวายตัวต้องตกเป็นมรดกหลวง

     ธรรมเนียมในราชสำนักแต่โบราณนั้น ถือว่าบุคคลใดไม่ว่าชายหรือหญิงเมื่อได้ถวายตัวแล้วจะถือว่าบุคคลนั้นตกเป็นคนของหลวงหรือตกเป็นคนของเจ้านายพระองค์นั้น การที่จะโปรดให้ทำอย่างไรหรือย้ายไปอยู่ที่ใดจึงสุดแต่พระราชอัทธยาศัย เรื่องคนของหลวงนี้เป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นดังตัวอย่างที่จะยกขึ้นมาให้เห็นภาพชัดเจนได้คือ เรื่องของนายแจ่ม สุนทรเวช กับคุณอุทุมพร วีระไวทยะ เมื่อพระยาดำรงแพทยาคุณผู้เป็นบิดาได้ถวายคุณอุทุมพรเป็นข้าหลวงในสมเด็จพระพันปีหลวงแล้ว คุณอุทุมพรก็ย้ายเข้าไปอยู่ในราชสำนักของสมเด็จพระพันปีหลวง และโปรดให้ศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนราชินี เมื่อสำเร็จการศึกษาก็กลับไปอยู่ที่วังพญาไท ต่อมาสมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จสวรรคตคุณอุทุมพรจึงได้กราบบังคมลากลับมาอยู่ที่บ้านกับคุณหญิงสงวนผู้เป็นมารดา เพราะพระยาดำรงแพทยาคุณเพิ่งถึงอนิจกรรมไป ทำให้คุณอุทุมพรได้รู้เริ่มรู้จักกับนายแจ่มและเกิดชอบพอกัน

สมเด็จพระพันปีหลวง 

     แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ให้ทั้งคู่ต้องจากกันเพราะคุณอุทุมพรต้องเดินทางไปนครปฐมกับมารดา การเดินทางไปนครปฐมคราวนี้ทำให้ท่านเจ้าคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้พบกับคุณอุทุมพรและได้จัดคนมาสู่ขอคุณอุทุมพรไปเป็นคุณหญิงของท่าน คุณอุทุมพรไม่ยอมเพราะตนรักชอบกับนายแจ่มอยู่แล้วจึงได้แจ้งให้นายแจ่ม ทราบข่าว เมื่อนายแจ่มทราบข่าวก็ไม่รู้จะหาทางออกได้อย่างไร สุดท้ายตัดสินใจหาโอกาสนำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทรัชกาลที่ 6
     เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงทราบความแล้วจึงมีรับสั่งให้คุณพนักงานไปเจรจากับคุณหญิงสงวน แต่คุณหญิงสงวนท่านว่า ได้ตกลงไปกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมแล้วว่าจะยกลูกสาวให้ เกรงจะเสียผู้ใหญ่ รัชกาลที่ 6 จึงได้มีพระบรมราชโองการให้คุณหญิงสงวนไปเฝ้าฯ ซึ่งคุณอุทุมพรได้เล่าไว้ว่า"เมื่อกลับจากเข้าเฝ้าในวันนั้นคุณแม่เล่าทั้งน้ำตาว่า ในหลวงทรงอ้างสิทธิครอบครองในตัวดิฉัน โดยคุณแม่ได้ถวายขาดให้สมเด็จพระพันปีหลวงทรงชุบเลี้ยงมา เมื่อสมเด็จพระพันปีหลวงสวรรคตแล้วดิฉันก็ต้องเป็นมรดกตกทอดกลายเป็นคนของหลวงต่อไปหรือเรียกอีกอย่างว่า”ห้าม” เหตุการณ์นี้ทำให้คุณแม่หมดสิทธิ์ที่จะเอาดิฉันไปยกให้ใคร ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสว่า พวก“ห้าม”ถ้าใครอยากจะได้ก็ต้องทำหนังสือขอพระราชทานนำความทูลเกล้าฯเข้ามา ซึ่งเป็นราชประเพณีที่ปฏิบัติมาแต่โบราณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานยกให้เสมอไป การที่จะพระราชทานหรือไม่นั้นย่อมสุดแต่พระราชวินิจฉัย แต่แล้วพระเจ้าอยู่หัวก็เห็นกับความรักของทั้งสองจึงโปรดให้นายแจ่มทำหนังสือขอเข้ารับพระราชทานคุณอุทุมพรมไปเป็นภรรยา และแล้วความรักของทั้งคู่ก็ได้สมหวังดังปรารถนา

งานมงคลสมรสพระราชทานนายแจ่มและคุณอุทุมพร
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...